มีโรคประจำตัวแล้วอยากทำประกันสุขภาพ ปกปิดไว้ผลลัพธ์แพงกว่าที่คิดเยอะ

มีโรคประจำตัวแล้วอยากทำประกันสุขภาพ ปกปิดไว้ผลลัพธ์แพงกว่าที่คิดเยอะ

มีโรคประจำตัวไม่ได้แปลว่าหมดสิทธิทำประกันสุขภาพนะคะ บริษัทมีทางเลือกหลายแบบ ตั้งแต่รับปกติ รับแบบยกเว้นโรคนั้น รับแบบเพิ่มเบี้ย ไปจนถึงเลื่อนการรับไว้ก่อน สิ่งเดียวที่ไม่ควรทำเด็ดขาดคือ "ปกปิด" ค่ะ เพราะกฎหมายให้สิทธิบริษัทบอกล้างสัญญาได้ภายใน 2 ปีนับแต่ทำสัญญา ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเราปกปิดสาระสำคัญ — วันนั้นเราจะเสียทั้งความคุ้มครองและอาจไม่ได้เบี้ยคืนเลย

สรุปใน 1 นาที

  • มีโรคประจำตัว ยังทำประกันได้ — ผลพิจารณามี 4 แบบ: รับปกติ / รับแบบยกเว้นโรค / รับแบบเพิ่มเบี้ย / เลื่อนหรือปฏิเสธ
  • ปกปิดข้อมูลสุขภาพ = ระเบิดเวลา บริษัทบอกล้างสัญญาได้ภายใน 2 ปี เคลมไม่ได้แถมเสียเบี้ยฟรีทุกปีที่จ่ายมา
  • แถลงตรงไปตรงมาตั้งแต่ใบสมัคร คือวิธีเดียวที่ทำให้ความคุ้มครอง "นิ่ง" ใช้ได้จริงตอนป่วยหนัก

แถลงตรง กับ ปกปิด ผลต่างกันแค่ไหน

ลองเทียบสองเส้นทางของคนเป็นไขมันในเลือดสูงที่อยากทำประกันค่ะ

  • ก. แถลงตรง: บริษัทอาจเพิ่มเบี้ยราว 10–25% หรือยกเว้นโรคหลอดเลือดช่วงแรก แต่กรมธรรม์มั่นคง ป่วยอะไรเคลมได้ตามเงื่อนไขชัดเจน
  • ข. ปกปิด: จ่ายเบี้ยเต็มปกติปีละ 25,000 บาท ผ่านไป 4 ปี ป่วยหลอดเลือดหัวใจ บิล 600,000 บาท บริษัทสืบประวัติพบการรักษาก่อนทำสัญญา แม้จะพ้น 2 ปีแล้วการต่อสู้ก็ยืดเยื้อ และถ้าถูกบอกล้างภายในเงื่อนเวลา เท่ากับเบี้ยแสนบาทที่จ่ายมาแลกกับความว่างเปล่า

เบี้ยที่เพิ่มจากการแถลงตรงคือ "ราคาของความแน่นอน" ค่ะ ถูกกว่าบิลโรงพยาบาลที่ต้องจ่ายเองทั้งก้อนหลายสิบเท่า

บริษัทรู้ได้ยังไงว่าเราเคยป่วยอะไรมา

ตอนเคลม บริษัทมีสิทธิขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลที่เราเคยใช้บริการ ตามหนังสือยินยอมที่เราเซ็นไว้ในใบสมัครค่ะ ประวัติการวินิจฉัย ใบรับรองแพทย์ ผลแล็บ ย้อนหลังหลายปีจึงถูกตรวจสอบได้เสมอ โดยเฉพาะการเคลมก้อนใหญ่ในช่วง 2 ปีแรกที่บริษัทจะตรวจละเอียดเป็นพิเศษ กติกาการบอกล้างสัญญาและระยะรอคอย อธิบายไว้ครบที่ ศัพท์ประกันที่ต้องรู้ก่อนเซ็น

แล้วต้องแถลงละเอียดแค่ไหน อาการนิดหน่อยต้องบอกไหม

หลักคือ "ตอบทุกคำถามในใบคำขอตามจริง" ค่ะ คำถามมาตรฐานมักถามถึงโรคที่เคยได้รับการวินิจฉัย การนอนโรงพยาบาล การผ่าตัด และยาที่ใช้ประจำ ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรต้องบอก ให้บอกไปก่อนแล้วแนบเอกสาร เช่น ผลตรวจสุขภาพล่าสุด การให้ข้อมูลเกิน ไม่เคยทำให้เสียสิทธิ แต่การให้ข้อมูลขาด ทำให้เสียได้ทั้งกรมธรรม์นะคะ และถ้าเพิ่งนึกได้ว่าลืมแจ้งอะไรไป รีบติดต่อบริษัทเพื่อแถลงเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะมีการเคลมเกิดขึ้น

ถูกยกเว้นโรคหรือถูกปฏิเสธ ยังมีทางเลือกอะไรอีก

  • ขอให้บริษัท ทบทวนเงื่อนไขยกเว้นหลังคุมโรคได้ดีต่อเนื่อง เช่น 2–3 ปี พร้อมผลตรวจยืนยัน (บางบริษัทยอมถอดข้อยกเว้นให้)
  • เทียบหลายบริษัท เพราะเกณฑ์รับประกันแต่ละแห่งไม่เท่ากัน ผ่านตัวแทนหรือโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตก็ได้ (วิธีเช็กใบอนุญาต ดูที่ ตัวแทน vs โบรกเกอร์)
  • ใช้สิทธิรัฐเป็นฐานไว้ก่อน แล้วเสริมด้วยประกันอุบัติเหตุที่ไม่ถามโรคเรื้อรังมากนัก (อ่าน สิทธิรัฐกับประกันเอกชนเติมกันยังไง)
  • ถ้าถูกปฏิเสธเคลมโดยอ้างเรื่องสุขภาพแบบไม่เป็นธรรม มีขั้นตอนโต้แย้งที่ ถูกปฏิเสธเคลมทำยังไง

ประกันสุขภาพที่ดีที่สุด ไม่ใช่ฉบับที่เบี้ยถูกที่สุด แต่คือฉบับที่เราเซ็นไปโดยไม่มีอะไรต้องลุ้นตอนเคลมค่ะ — ใบคำขอฉบับล่าสุดของคุณ ตอบครบทุกข้อตามจริงแล้วใช่ไหมคะ


อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569

แหล่งอ้างอิง: สำนักงาน คปภ. (oic.or.th), ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสัญญาประกันภัย (การบอกล้างสัญญาภายใน 2 ปี)

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจสุขภาพเจอไขมันสูงหลังทำประกันไปแล้ว ต้องแจ้งบริษัทไหม

ไม่ต้องค่ะ หน้าที่แถลงตามจริงนับถึงวันที่ทำสัญญาเท่านั้น โรคที่ตรวจพบใหม่หลังกรมธรรม์เริ่มคุ้มครองถือเป็นความเสี่ยงที่บริษัทรับไว้แล้ว เคลมได้ตามเงื่อนไขปกติเมื่อพ้นระยะรอคอย นี่คือเหตุผลที่ควรทำประกันตอนสุขภาพยังดีค่ะ

เคยแอดมิตตอนเด็กเมื่อ 20 ปีก่อน จำรายละเอียดไม่ได้ ต้องแถลงยังไง

ตอบตามข้อเท็จจริงเท่าที่ทราบ เช่น เคยนอนโรงพยาบาลด้วยโรคอะไร ปีไหนโดยประมาณ และระบุว่ารักษาหายแล้ว หากใบคำขอถามช่วงเวลาเจาะจง (เช่น 5 ปีล่าสุด) ก็ตอบตามขอบเขตที่ถาม การให้ข้อมูลตามจริงเท่าที่จำได้พร้อมยินยอมให้ตรวจประวัติ ถือว่าทำหน้าที่ครบถ้วนแล้วค่ะ