ประกันรถ EV ต่างจากรถน้ำมันยังไง แบตเตอรี่คุ้มครองไหม

ประกันรถ EV ต่างจากรถน้ำมันยังไง แบตเตอรี่คุ้มครองไหม

สรุปใน 1 นาที

  • คปภ. ออกพิกัดเบี้ยและกรมธรรม์เฉพาะรถ BEV (ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100%) บังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567
  • ต้อง ระบุชื่อผู้ขับขี่สูงสุด 5 คน และเก็บประวัติขับขี่รายบุคคล ส่วนลดประวัติดี 10–40%
  • แบตเตอรี่คุ้มครอง แต่ชดใช้แบบหักค่าเสื่อมตามอายุ: ปีแรก 100% ลดปีละ 10% จนเหลือ 50% เมื่อเกิน 5 ปี
  • เครื่องชาร์จติดผนัง (Wall Charger) ที่บ้านซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ และการดัดแปลงรถ/แบตนอกเงื่อนไขเสี่ยงเสียความคุ้มครอง
  • คนที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์ขับแล้วชน อาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามเงื่อนไข
  • เบี้ยชั้น 1 รถ EV ส่วนใหญ่สูงกว่ารถน้ำมันขนาดเดียวกัน เพราะต้นทุนแบตและอะไหล่

ทำไมประกันรถ EV ต้องมีเกณฑ์แยกจากรถน้ำมัน

หัวใจของรถ EV คือแบตเตอรี่ที่มีมูลค่าราว 30–60% ของราคารถทั้งคัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่กระทบแบต ค่าซ่อมจึงสูงกว่ารถน้ำมันมาก คปภ. จึงออก "กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)" แยกเฉพาะ บังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เพื่อให้เงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่ ผู้ขับขี่ และการคิดเบี้ยเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งตลาด

ประกัน EV ต่างจากประกันรถน้ำมันตรงไหนบ้าง

ประเด็นรถน้ำมันรถ EV (BEV) ตามเกณฑ์ คปภ.
ระบุชื่อผู้ขับขี่เลือกได้ (ระบุ = เบี้ยถูกลง)บังคับระบุ สูงสุด 5 คน
ส่วนลดประวัติผู้ขับขี่ส่วนลดประวัติดีของกรมธรรม์10–40% ตามประวัติรายบุคคล
แบตเตอรี่ไม่มีเงื่อนไขแยกชดใช้ตามอายุแบต หักค่าเสื่อมปีละ 10%
เครื่องชาร์จที่บ้านซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้
การดัดแปลงรถ/ระบบไฟฟ้าต้องแจ้งบริษัทเข้มงวดกว่า เสี่ยงปฏิเสธเคลมถ้าไม่แจ้ง

แบตเตอรี่เสียหาย ประกันจ่ายเท่าไร

กรณีแบตเตอรี่เสียหายจากอุบัติเหตุจนต้องเปลี่ยนทั้งลูก บริษัทชดใช้ตามอายุแบตเตอรี่ ดังนี้

อายุแบตเตอรี่อัตราชดใช้
ไม่เกิน 1 ปี100%
เกิน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปี90%
เกิน 2 ปี ไม่เกิน 3 ปี80%
เกิน 3 ปี ไม่เกิน 4 ปี70%
เกิน 4 ปี ไม่เกิน 5 ปี60%
เกิน 5 ปีขึ้นไป50%

ประเด็นที่หลายคนพลาด: ซากแบตเก่าที่ถูกเปลี่ยนมักตกเป็นของบริษัทประกันหรือหักมูลค่าซากตามเงื่อนไข และถ้าซ่อมเฉพาะโมดูลได้ บริษัทจะเลือกซ่อมก่อนเปลี่ยนทั้งลูก โปรดอ่านเงื่อนไขแนบท้ายกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทให้ละเอียด

ทำไมต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ แล้วถ้าคนอื่นขับล่ะ

เกณฑ์ใหม่ให้ระบุผู้ขับขี่ได้สูงสุด 5 คน และคิดส่วนลดเบี้ยจากประวัติของผู้ขับขี่จริงเป็นรายบุคคล (10–40%) ถ้าให้คนที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์ขับแล้วเกิดเหตุ กรมธรรม์ยังคุ้มครองบุคคลภายนอก แต่ผู้เอาประกันอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามที่ระบุไว้ ดังนั้นบ้านไหนใช้รถร่วมกันหลายคน ให้ใส่ชื่อให้ครบตั้งแต่ทำสัญญา

ก่อนซื้อประกัน EV ต้องเช็กอะไรบ้าง

  1. ทุนประกันเทียบราคารถจริง — ราคารถ EV มือหนึ่งปรับลงเร็ว อย่าจ่ายทุนเกินตลาด
  2. อู่/ศูนย์ซ่อมในเครือ รองรับยี่ห้อเรามีกี่แห่ง ใกล้บ้านไหม อะไหล่รอนานแค่ไหน
  3. ความคุ้มครอง Wall Charger และสายชาร์จ รวมอยู่แล้วหรือต้องซื้อเพิ่ม
  4. เงื่อนไขน้ำท่วม สำคัญมากสำหรับรถที่มีแบตใต้ท้อง
  5. เปรียบเทียบเบี้ยหลายบริษัท — ช่วงราคาต่างกันมาก ดูตัวเลขจริงที่ ค่าเบี้ยประกัน EV ยี่ห้อดัง

ถ้ายังลังเลระหว่างชั้นความคุ้มครอง หลักการเลือกเหมือนรถน้ำมัน อ่านที่ ประกันชั้น 1 vs 2+ vs 3+ และอย่าลืมว่ารถ EV ก็ต้องมี พ.ร.บ. เหมือนรถทุกคัน

ถ้าเกิดเหตุกับรถ EV ต้องเคลมยังไง

แจ้งเหตุกับบริษัทประกันทันที ระบุให้ชัดว่ารถเป็น BEV และมีความเสียหายบริเวณใต้ท้องรถ/แบตหรือไม่ เพราะบางกรณีต้องตรวจแบตด้วยเครื่องมือเฉพาะก่อนใช้งานต่อ ขั้นตอนเคลมทีละขั้นและเอกสารที่ต้องเตรียม ดูที่ คู่มือเคลมประกัน


อัปเดตล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2569

แหล่งอ้างอิง: สำนักงาน คปภ. (oic.or.th) — คำสั่งนายทะเบียนเรื่องกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มีผล 1 ม.ค. 2567

คำถามที่พบบ่อย

แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเอง ประกันจ่ายไหม

ไม่จ่าย ประกันคุ้มครองความเสียหายของแบตเตอรี่จาก "อุบัติเหตุ" เท่านั้น การเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ความจุลดลงตามเวลา หรือความบกพร่องจากผู้ผลิต เป็นเรื่องของการรับประกันจากค่ายรถ (Battery Warranty) ไม่ใช่ประกันภัย

ให้เพื่อนที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์ขับรถ EV แล้วชน ประกันคุ้มครองไหม

ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกยังคุ้มครอง แต่ผู้เอาประกันมักต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เพราะเกณฑ์รถ EV บังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ (สูงสุด 5 คน) ควรใส่ชื่อผู้ที่ใช้รถจริงให้ครบตั้งแต่ทำสัญญา

รถ Hybrid และ PHEV ใช้เกณฑ์ประกัน EV นี้ด้วยไหม

ไม่ใช้ เกณฑ์กรมธรรม์ EV ของ คปภ. บังคับเฉพาะรถ BEV (ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100%) ส่วนรถ Hybrid และ Plug-in Hybrid ยังใช้กรมธรรม์รถยนต์ทั่วไป โปรดตรวจสอบประเภทกรมธรรม์กับบริษัทประกันก่อนซื้อ